ข้อบังคับ

สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พ.ศ. 2533

แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พ.ศ. 2542

แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 พ.ศ. 2546

แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 พ.ศ. 2554

หมวดที่ 1

บททั่วไป

ข้อ 1.    สมาคมนี้มีชื่อว่า  “สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ใช้ชื่อย่อว่า “สทค” มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “The Telecommunications Association of Thailand Under The  Royal Patronage”  ใช้ชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษ “TCT”

ข้อ 2.    สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ที่ 40/54  ซอยอินทามระ 8  ถนนสุทธิสารวินิจฉัย  แขวงสามเสนใน  เขตพญาไท  กรุงเทพมหานคร  รหัสไปรษณีย์ 10400

ข้อ 3.    เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ  ตัว T,C และ T ประกอบกัน

 

หมวด 2

วัตถุประสงค์

ข้อ 4.    สมาคมเป็นสมาคมวิชาชีพด้านโทรคมนาคม  คุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคม และกิจกรรมอื่น ที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 5.    วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อทำหน้าที่ด้านโทรคมนาคม  โดยกิจการโทรคมนาคมของสมาคมให้หมายความรวมถึงกิจการอื่นใดที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงวิทยุและกิจการโทรทัศน์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ  ดังนี้

(1)    ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในด้านกิจการโทรคมนาคม

(2)    ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพโทรคมนาคมและการพัฒนากิจการโทรคมนาคมของประเทศ

(3)    ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัย มาตรฐาน  ระบบ องค์ประกอบ องค์กร การกำกับดูแล กฎหมายและหลักเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ ด้านโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของประเทศ

(4)    เผยแพร่ความรู้ด้านโทรคมนาคม

(5)    ติดตามแนวโน้ม ความก้าวหน้า เทคโนโลยีทางด้านโทรคมนาคม

(6)    รวบรวม หนังสือ ข่าวสาร และเอกสารด้านโทรคมนาคม

(7)    จัดทำและเผยแพร่สิ่งพิมพ์เกี่ยวกับโทรคมนาคม

(8)    อบรมและให้การศึกษาด้านโทรคมนาคมแก่สมาชิกและผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อยกระดับวิชาชีพด้านโทรคมนาคม

(9)    ประกาศเกียรติคุณแด่สมาชิกผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับรัฐและประชาชน ในกิจการโทรคมนาคมทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

(10)    ดำเนินกิจกรรมอื่นใดที่เหมาะสม  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคม

ข้อ 6.    สมาคมนี้ไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการเมือง การพนัน การหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน  ตลอดจนไม่ทำให้เสื่อมศีลธรรม จารีตประเพณี และ วัฒนธรรมอันดีงามของชาติ

 

หมวด 3

สมาชิก

ข้อ 7.    สมาชิกสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สมาชิกนิติบุคคล  สมาชิกสามัญตลอดชีพ  สมาชิกสามัญรายปี  ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1)    สมาชิกนิติบุคคล ได้แก่  นิติบุคคลที่ดำเนินกิจการงานด้านโทรคมนาคม

(2)    สมาชิกสามัญตลอดชีพ ได้แก่  บุคคลที่บรรลุนิติภาวะและทำงานด้านโทรคมนาคม หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและจ่ายค่าสมาชิกตลอดชีพ

(3)    สมาชิกสามัญรายปี ได้แก่  บุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ 7 (2) และจ่ายค่าสมาชิกเป็นรายปี

ข้อ 8.    ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิก  ให้แสดงความจำนงโดยยื่นใบสมัครตามแบบที่สมาคมกำหนด  ในการนี้จะต้องมีสมาชิกสามัญตลอดชีพเป็นผู้รับรอง 2 คน หรือสมาชิกนิติบุคคลเป็นผู้รับรอง 1 หน่วยงาน  ใบสมัครให้ยื่นต่อเลขาธิการของสมาคม  เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริหารซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารจะพิจารณา

ข้อ 9.    คณะกรรมการบริหารมีอำนาจไม่รับผู้สมัครคนใดเข้าเป็นสมาชิก

 

หมวด 4

สิทธิของสมาชิก

ข้อ 10.    สมาชิกมีสิทธิ

(1)    ใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

(2)    เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของสมาคม

(3)    เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหาร

(4)    ได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

(5)    เข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม และออกเสียงลงมติ

(6)    เลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคม

(7)    เฉพาะสมาชิกสามัญตลอดชีพที่มีสิทธิได้รับเสนอชื่อเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหาร

(8)    เข้าชื่อร่วมกันไม่ต่ำกว่า 100 เสียง หรือมีเสียงเกินกว่า 1 ใน 3 ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด  เพื่อร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารให้ตรวจสอบเอกสารทั้งปวง และบัญชีทรัพย์สินของสมาคม หรือให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ

 

หมวด 5

หน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 11.    สมาชิกมีหน้าที่

(1)    ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบของสมาคมโดยเคร่งครัด

(2)    ชำระค่าสมาชิกโดยมีสิทธิออกเสียงตามข้อ 29  ดังต่อไปนี้

- สมาชิกนิติบุคคล  ชำระค่าสมาชิกเป็นรายปี หน่วยละ 20,000 บาท ต่อปี  โดยต้องชำระค่าสมาชิกขั้นต่ำคือ 1 หน่วย (สามารถเป็นสมาชิกได้มากกว่าหนึ่งหน่วย)

- สมาชิกสามัญตลอดชีพ  ชำระค่าสมาชิกครั้งเดียว 2,000 บาท

- สมาชิกสามัญรายปี  ชำระค่าสมาชิกเป็นรายปีๆ ละ 200 บาท

วิธีชำระค่าสมาชิกกำหนดไว้ตามระเบียบของสมาคม

(3)    ให้ความร่วมมือ สนับสนุนและร่วมกิจกรรมในการดำเนินงานของคณะกรรมการ บริหารและของสมาคม

(4)    แจ้งเป็นหนังสือให้เลขาธิการทราบในทันทีที่ได้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิก  ซึ่งแตกต่างจากที่สมาชิกได้แจ้งไว้กับสมาคม

ข้อ 12.    คณะกรรมการบริหารมีสิทธิกำหนดอัตราค่าสมาชิกใหม่ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ และอัตราดังกล่าวจะบังคับใช้เฉพาะกับสมาชิกที่สมัครใหม่นับจากวันได้รับอนุมัติเป็นต้นไป

 

หมวด 6

การขาดจากสมาชิกภาพ

ข้อ 13.    สมาชิกภาพสิ้นสุดลง  เมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น  ดังต่อไปนี้

(1)    ตาย

(2)    ลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร

(3)    ล้มละลายหรือกระทำความผิดทางอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(4)    เมื่อครบกำหนดระยะเวลาทวงถามให้ชำระค่าสมาชิก และสมาชิกไม่ชำระค่าสมาชิก

(5)    คณะกรรมการบริหาร หรือที่ประชุมใหญ่ มีมติให้ออกตามข้อ 14 หรือ ข้อ 15

ข้อ 14.    คณะกรรมการบริหาร  มีสิทธิพิจารณาให้สมาชิกผู้ใดที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมและกำหนดให้สมาชิกผู้นั้นขาดจากสมาชิกภาพได้โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร  ซึ่งมีคะแนนเสียงอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

ข้อ 15.    สมาชิกผู้ใดค้างชำระค่าสมาชิก ให้เจ้าหน้าที่สมาคมผู้ได้รับมอบหมายมีหนังสือบอกกล่าว  เพื่อให้ชำระค่าสมาชิกภายในกำหนด 30 วัน  นับตั้งแต่วันที่รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามโดยมีไปรษณีย์ตอบรับ  ถ้าสมาชิกมิได้ชำระค่าสมาชิกภายในกำหนดให้ถือว่าสมาชิกผู้นั้นขาดสมาชิกภาพทันที

 

หมวด 7

การกลับเข้าเป็นสมาชิก

ข้อ 16.    ผู้ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อ 13 (2)-(5) จะกลับเข้าเป็นสมาชิกอีกได้  ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 8.

ข้อ 17.    ผู้ซึ่งขาดสมาชิกตามข้อ 14 ขอกลับเข้าเป็นสมาชิกได้  เมื่อมีคำร้องโดยสมาชิกสามัญตลอดชีพเป็นผู้เสนอ 1 คนและมีสมาชิกสามัญตลอดชีพเป็นผู้รับรองอีก 10 คน  คณะกรรมการบริหารอาจพิจารณาให้ผู้นั้นกลับเข้ามาเป็นสมาชิกได้  โดยมติที่ประชุมซึ่งมีคะแนนเสียงอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

ข้อ 18.    ผู้ซึ่งขาดจากสมาชิกตามข้อ 15 จะกลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกก็ได้  แต่จะต้องชำระค่าสมาชิกที่ค้างชำระต่อสมาคมให้เสร็จสิ้นก่อน และต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในข้อ 8

 

หมวด 8

ตำแหน่งกิตติมศักดิ์

ข้อ 19.    คณะกรรมการบริหารจะเชิญผู้ทรงเกียรติให้ดำรงตำแหน่งกิตติมศักดิ์คือ  องค์อุปถัมภ์  นายกกิตติมศักดิ์  ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์  เพื่อเป็นเกียรติแก่สมาคมโดยมีมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการบริหาร และผ่านการรับรองจากที่ประชุมใหญ่  และให้สิทธิผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์  เว้นแต่จะขาดจากการเป็นสมาชิกภาพตามหมวด 6 แล้ว

 

หมวด 9

คณะกรรมการบริหาร

ข้อ 20.    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหาร” ประกอบด้วย สมาชิกสามัญตลอดชีพ  ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเป็นกรรมการ  มีจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คนและไม่เกินจำนวน 30 คน  ทำหน้าที่บริหารงานสมาคม

ให้กรรมการบริหารตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งขึ้นมาคณะหนึ่งจำนวน 5 คน ที่มาจากสมาชิกสามัญตลอดชีพ และกรรมการคณะนี้ไม่มีสิทธิเป็นผู้รับการเลือกตั้งและไม่มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร  ให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้งของสมาคม

ผู้ที่เป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพที่ประสงค์จะเสนอชื่อผู้เข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ ให้เสนอชื่อต่อคณะกรรมการเลือกตั้งล่วงหน้า 15 วันก่อนการเลือกตั้ง

ข้อ 21.    ให้คณะกรรมการบริหารเลือกคณะกรรมการบริหารผู้หนึ่งเป็นนายกสมาคม  โดยการออกเสียงลงคะแนน  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้มีการเลือกตั้งใหม่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเสียงมากเท่ากัน  ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับฉลาก  กรรมการบริหารที่ไม่อยู่ในที่ประชุมการเลือกนายกสมาคม มีสิทธิได้รับการเลือกเป็นนายกสมาคมต่อเมื่อมีหนังสือยืนยันว่าจะรับเป็นนายกสมาคมเมื่อได้รับการแต่งตั้ง

นายกสมาคมมีสิทธิแต่งตั้งกรรมการบริหารเป็นอุปนายก เลขาธิการ เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ และตำแหน่งอื่นๆ ที่เห็นสมควร

ในกรณีที่นายกสมาคมลาออก หรือพ้นจากตำแหน่งก่อนหมดวาระ  ให้กรรมการบริหารที่เหลือดำเนินการเลือกนายกใหม่  โดยใช้วิธีการดังที่กล่าวไว้แล้วในวรรคแรก

ทั้งนี้กรรมการบริหารจำนวน 3 ใน 4 อาจลงมติถอดถอนนายกสมาคมได้

ข้อ 22.    คณะกรรมการบริหารดำรงตำแหน่งตามวาระมีกำหนดคราวละ 2 ปี  กรรมการที่ออกไปตามวาระแล้วอาจได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารได้อีก  กรรมการบริหารที่มีตำแหน่งจะอยู่ในตำแหน่งเดียวกันได้ติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ

ข้อ 23.    คุณสมบัติของกรรมการบริหารของสมาคมจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(1)    เป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพ

(2)    ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างประจำของสมาคม

(3)    ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(4)    ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(5)    ไม่เป็นโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ

ข้อ 24.    การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ  กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณี  ดังต่อไปนี้

(1)    ครบกำหนดออกตามวาระ

(2)    ลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร และคณะกรรมการบริหารได้ลงมติอนุมัติแล้ว

(3)    ขาดคุณสมบัติตามข้อ 23 หรือขาดสมาชิกภาพตามข้อ 13.

(4)    ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง

ข้อ 25.    คณะกรรมการบริหารต้องจัดประชุมอย่างน้อยสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง  โดยมีนายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม 

ในกรณีจำเป็นกรรมการบริหารไม่น้อยกว่า 3 คน สามารถลงชื่อร่วมกันเชิญประชุมได้

ถ้านายกสมาคมไม่อยู่  ให้อุปนายกเป็นประธานแทน  ในกรณีที่นายกและอุปนายกไม่อยู่  ให้กรรมการบริหารที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร  เมื่อมีผู้เข้าประชุมน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารทั้งหมดถือว่า  ไม่ครบองค์ประชุม

ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร  มติที่ประชุมถือเอาคะแนนข้างมากเป็นเกณฑ์ กรรมการบริหารคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง  ถ้าคะแนนเท่ากัน ประธานใช้สิทธิออกเสียงเพื่อชี้ขาดได้

ทั้งนี้  ให้เชิญนายกกิตติมศักดิ์เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารด้วยทุกครั้ง  แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง

กรรมการบริหารอาจแต่งตั้งตัวแทนเข้าประชุมคณะกรรมการบริหารได้  โดยมีหนังสือมอบอำนาจ

ข้อ 26.    คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่  ดังนี้

(1)    วางระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคม

(2)    บริหารงานให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือระเบียบที่สมาคมกำหนด

(3)    บริหารงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม

(4)    แต่งตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริหาร  ทั้งนี้ ที่ปรึกษาไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในการประชุมของคณะกรรมการบริหาร

(5)    แต่งตั้งและถอดถอน กรรมการ  อนุกรรมการ  หรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการเฉพาะกิจในด้านต่างๆ ตามที่เห็นสมควร

(6)    แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่  เพื่อให้ดำเนินงานของสมาคมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

หมวด 10

การประชุมใหญ่

ข้อ 27.    การประชุมใหญ่ให้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท  คือ

(1)    ประชุมใหญ่สามัญประจำปี  จัดให้มีขึ้นภายในเดือนมีนาคมของทุกปีเว้นแต่ปีใดมีเหตุจำเป็นไม่สามารถจะจัดให้มีขึ้นได้ภายในเดือนมีนาคม  ให้ขยายเวลาได้ไม่เกิน 90 วัน

(2)    การประชุมใหญ่วิสามัญ  จะจัดให้มีขึ้นเมื่อคณะกรรมการบริหารเห็นสมควร หรือเมื่อสมาชิกร้องขอเป็นหนังสือตาม ข้อ 10. (8)

(3)    การประชุมใหญ่  ต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

(4)    สมาชิกสามัญ  ต้องเข้าร่วมประชุมและลงมติออกเสียงด้วยตนเอง

สมาชิกนิติบุคคลต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้  ผู้รับมอบอำนาจเข้าร่วมประชุมและลงมติออกเสียงแทนได้

ข้อ 28.    องค์ประชุมในการประชุมใหญ่  ในการประชุมใหญ่ของสมาคมไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่ประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ  จะต้องมีสมาชิกประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า 50 คน  ซึ่งต้องเป็นสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 30 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ 29.    ญัตติของที่ประชุมใหญ่จะได้รับการตัดสินถ้าสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงรับรองเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนเสียงของผู้เข้าร่วมประชุม  ยกเว้นกรณีที่จัดไว้ในข้อบังคับอื่นอย่างไรก็ดีเมื่อจำนวนสมาชิกผู้ให้การรับรองญัตติดังกล่าวเป็นกึ่งหนึ่งพอดีของสมาชิกที่เข้าประชุม  ประธานจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดญัตติดังกล่าว  สมาชิกมีสิทธิออกเสียงได้ดังต่อไปนี้

(1)    สมาชิกนิติบุคคล  ตามจำนวนหน่วยที่ชำระค่าสมาชิกมีสิทธิลงคะแนน หน่วยละ 2 เสียง  แต่ไม่เกิน 20 เสียง

(2)    สมาชิกสามัญตลอดชีพ 1 เสียง

(3)    สมาชิกสามัญรายปี 1 เสียง

ข้อ 30.    กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญ  มีดังนี้

(1)    รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

(2)    พิจารณารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี

(3)    พิจารณางบดุล

(4)    เลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร

(5)    แต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีและกำหนดค่าตอบแทน

 

หมวด 11

การเงินของสมาคม

ข้อ 31.    การใช้จ่ายเงินและการลงทุน เงินสดของสมาคม  ถ้ามีให้นำไปฝากธนาคารหรือลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ของรัฐบาล  หลักทรัพย์รัฐวิสาหกิจหุ้นกู้และตราสารต่างๆ  ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารเป็นผู้กำหนดการสั่งจ่ายเงินด้วยเช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงิน ให้นายกสมาคมหรืออุปนายกหรือกรรมการที่คณะกรรมการบริหารมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้รักษาการแทนเหรัญญิก  การใช้จ่ายเงินของสมาคมตามวัตถุประสงค์ในข้อบังคับให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารการใช้จ่ายเงินของสมาคมเพื่อกิจการบริหารของสำนักงานของสมาคม  คณะกรรมการบริหารอาจวางระเบียบให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานสมาคมใช้จ่ายตามงบประมาณและวงเงินที่คณะกรรมการบริหารกำหนดได้

ข้อ 32.    อำนาจและหน้าที่เหรัญญิก  ให้เหรัญญิกมีหน้าที่ดูแลให้มีการจัดทำบัญชีรับ-จ่าย และจัดเก็บรักษาไว้ให้เรียบร้อย  ซึ่งบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน  ตลอดจนบัญชีอื่นๆ เท่าที่จำเป็นเพื่อแสดงฐานะของสมาคมโดยถูกต้อง  ทั้งจะต้องจัดให้มีการเก็บรักษาเอกสารใบสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับการบัญชีไว้ให้ผู้ตรวจสอบบัญชี และเป็นหลักฐาน  เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดในขณะใดขณะหนึ่งไว้ได้ไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการบริหารกำหนด  โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 33.    การลงนามในเอกสารต่างๆ ในการทำนิติกรรมใดๆ ของสมาคมหรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร ตราสาร และสรรพหนังสืออันเป็นหลักฐานของสมาคมและการอรรถคดีนั้น  เมื่อนายกสมาคมหรืออุปนายกหรือกรรมการอื่นสองรายที่คณะกรรมการบริหารมอบหมายได้ลงลายมือชื่อแล้วเป็นอันใช้ได้

ข้อ 34.    การจัดทำงบดุล  ให้คณะกรรมการบริหารจัดทำงบดุลปีละครั้งแล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนมกราคมของทุกปี  แล้วมอบให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 35.    ปีการบัญชีให้ถือเอาวันที่ 31 เดือนธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ้นปีทางการบัญชีของสมาคม

ข้อ 36.    การส่งสำเนางบดุล  ให้คณะกรรมการบริหารส่งสำเนางบดุล  ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วและรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมในรอบปีไปยังสมาชิกก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่า 15 วัน

ข้อ 37.    อำนาจของผู้สอบบัญชี  ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบบัญชี และบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารเช่นว่านั้น

 

หมวด 12

เบ็ดเตล็ด

ข้อ 38.    การจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือตัดตอนข้อบังคับ  ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่  ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม และต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน

ข้อ 39.    การเลิกสมาคม  สมาคมนี้อาจจะเลิกได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง  ดังต่อไปนี้

(1)    เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

(2)    เมื่อล้มละลาย

(3)    ศาลสั่งให้เลิก

(4)    นายทะเบียนประจำกรุงเทพมหานครขีดชื่อออกจากทะเบียน

ถ้าสมาคมต้องสิ้นสุดลงให้มอบทรัพย์สินของสมาคมทั้งหมดแก่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

 

หมวด 13

บทเฉพาะกาล

ข้อ 40.    เมื่อนายทะเบียนประจำกรุงเทพมหานครอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมแล้ว  ให้ผู้เริ่มก่อตั้งทำหน้าที่คณะกรรมการบริหารชั่วคราวของสมาคมจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารตามข้อบังคับ  ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายใน 180 วัน  นับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคม

ข้อ 41.    ให้ใช้ข้อบังคับนี้  ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมประจำกรุงเทพมหานครอนุญาตให้จัดตั้งสมาคม เป็นต้น

ข้อ 42.    การตีความในข้อบังคับของสมาคม  หากเป็นที่สงสัยให้นายกสมาคมเป็นผู้ชี้ขาด

แก้ไขเมื่อวันที่  ๗  เมษายน  ๒๕๕๔

(ได้รับมติเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๒  เมื่อวันที่  ๒๙  เมษายน  ๒๕๕๓)